BEOGAMING

BEOGAMING : กีฬาโอลิมปิก

BEOGAMING

BEOGAMING – กีฬาโอลิมปิกเกมส์  (Olympic Games )

เป็นการแข่งขันกีฬาระหว่างประเทศ มีทั้งกีฬาฤดูร้อนและฤดูหนาว โดยมีนักกีฬาเข้าร่วมแข่งขัน กันหลายชนิดกีฬา โดยมีประเทศเข้าร่วมการแข่งขันมากกว่า 200 ประเทศ ในปัจจุบันกีฬาโอลิมปิก ถูกจัดขึ้นทุกๆ 4 ปี โดยจะผลัดกันระหว่างโอลิมปิกฤดูร้อน และ โอลิมปิกฤดูหนาว ห่างกันทุกๆ 2 ปี ในแต่ละครั้งจะมีการมอบเหรียญรางวัล ผู้ชนะเลิศจะได้รับเหรียญทอง อันดับสองจะได้รับเหรียญเงิน และอันดับสามจะได้รับเหรียญทองแดง – BEOGAMING

โดยการมอบเหรียญรางวัลนี้ เริ่มมีมาตั้งแต่ ปี 1904  ในการแข่งขันเริ่มต้นขึ้นครั้งแรก ด้วยชนิดกีฬาเพียง 42 ประเภท นักกีฬาถูกส่งเข้าแข่งขัน โดยคณะกรรมการโอลิมปิก ของประเทศต่างๆ ( NOC ) เพื่อแสดงจำนวนพลเมือง บังคับของประเทศตนเอง เพลงชาติและธงชาติ ประกอบพิธีมอบเหรียญรางวัล และตารางแสดงจำนวนเหรียญที่ชนะ การสร้างสรรค์กีฬาโอลิมปิก ได้รับแรงบันดาลใจ จากกีฬาโอลิมปิกโบราณ ที่เคยจัดขึ้นใน โอลิมเปีย ประเทศกรีซ จากในระหว่างศตวรรษที่ 8  ก่อนคริสตกาลจนถึงคริสต์ ศควรรษที่ 4 โดยบารอน ปีแยร์ เดอ กูแบร์แต็ง ชาวฝรั่งเศส เป็นผู้ก่อตั้งคณะกรรมการโอลิมปิกสากล ใน พ.ศ 2437 จนนำไปสู่การจัด โอลิมปิกสมัยใหม่ครั้งแรก ในปี 2439 ณ กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ นับตั้งแต่นั้นไอโอซี กลายเป็นองค์การที่ดูแลกระบวณการ การการจัดโอลิมปิกทั้งหมด โดยมีกฏบัตรโอลิมปิกนิยาม โครงสร้างและอำนาจหน้าที่ ของคณะกรรมการไว้ ในส่วนของวิวัฒนาการของกีฬาโอลิมปิก ในระหว่างคริสต์ศตวรรษ ที่ 20 และ 21 ได้ส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลง ต่อกีฬาโอลิมปิกหลายอย่าง

BEO369 การเริ่มโอลิมปิกฤดูหนาว เพื่อแข่งขันกีฬาน้ำแข็งและฤดูหนาว กีฬาพาราลิมปิกเพื่อนักกีฬา ที่มีความพิการทางร่างกาย และยังมีกีฬาโอลิมปิกเยาวชน เพื่อนักกีฬาวัยรุ่นอีกด้วย ไอโอซีได้ทำการปรับตัว ให้สอดคล้องเข้ากับเศรษฐกิจ การเมืองและเทคโนโลยีในศตวรรษที่ 20  ผลคือ กีฬาโอลิมปิกได้ขยับจาก ลักษณะมือสมัครเล่นบริสุทธิ์ ตามแนวคิดของกูแบร์แต็ง เพื่อให้นักกีฬาอาชีพร่วมการแข่งขันได้ โดยความสำคัญที่เพิ่มขึ้นของสื่อมวลชน ทำให้เกิดปัญหาการอุปถัมภ์ โดยบริษัทและการใช้ประโยชน์เชิงพาณิช จากกีฬาโอลิมปิก สงครามโลกนำไปสู่การยกเลิก  โอลิมปิกเมื่อ พ.ศ 2459 , 2483 และ 2487 มีการคว่ำบาตรครั้งใหญ่ ระหว่างสงครามเย็น ซึ่งจำกัดการเข้าร่วมในโอลิมปิกเมื่อ พ.ศ 2523 และ 2527  ในพิธีปิดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก จะมีการแข่งขันกีฬาประเภทสุดท้าย ซึ่งจะแข่งขันในสนามกีฬาหลัก โดยมากมักจะเป็นการแข่งขัน รอบชิงชนะเลิศของกีฬาฟุตบอล เมื่อการแข่งขันกีฬาประเภทสุดท้ายเสร็จสิ้นลง ขบวนนักกีฬาจากประเทศต่างๆจะเดินเข้ามาในสนาม เพื่อเข้าร่วมพิธีปิดการแข่งขัน โดยประธานในพิธีจะกล่าวปิดงาน แล้วไฟในกระถางคบเพลิงก็จะเริ่มดับลง บนป้ายบอกคะแนนจะมีตัวอักษรขึ้นว่า ” จนกว่าเราจะพบกันใหม่ ณ เมือง …..”  สถานที่หรือประเทศต่อไป ที่จะได้รับการเป็นเจ้าภาพ ในการจัดการแข่งขันในครั้งต่อไปในอีก 4 ปีข้างหน้านั่นเอง

สุดท้ายก็ร่วมกันร้องเพลง สามัคคีชุมนุมเป็นอันจบลง สัญลักษณ์โอลิมปิก เป็นสิ่งที่ใช้แทนความหมาย ของการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกสมัยใหม่ ได้แก่รูป ธง และสัญลักษณ์อื่นๆ ที่ใช้โดยคณะกรรมการโอลิมปิกสากล ธงโอลิมปิกถูกสร้างขึ้น ภายใต้การแนะนำของ ปีแยร์ เดอ กูแบร์แต็ง ในปี พ.ศ 2456 และเปิดตัวใน พ.ศ 2457 กันเป็นครั้งแรก และถูกเชิญขึ้นเสาครั้งแรก ในการแข่งขันโอลิมปิกฤดูร้อน 1920 ที่แอนต์เวิร์ป ประเทศเบลเยี่ยม ในสนามกีฬาหลัก กับรูปห่วงกลมห้าวงคล้องกัน บนผืนธงแสดงทวีปทั้ง 5 ของโลก  ในส่วนของเพลงที่ใช้ในการแข่งขันโอลิมปิก คือ “เพลงสดุดีโอลิมปิก” เพลงนี้ถูกใช้เป็นครั้งแรก ในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬา โอลิมปิกฤดูร้อน 1896 ณ เอเธนส์ แต่ในตอนนั้นยังไม่ได้ประกาศ เป็นเพลงที่ให้ใช้อย่างทางการ กระทั่งในปี 2501 จึงมีการประกาศให้เป็นเพลงอย่างทางการ ของกีฬาโอลิมปิกเกมโดยเฉพาะนั่นเองค่ะ

Source : BEOGAMING

Write : BEO369